เชื่อว่าหลายคนอาจคุ้นเคยกับชื่อโรค “ลิวคีเมีย” หรือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ว่าเป็นมะเร็งร้ายในคน ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มีโอกาสเสียชีวิตสูง และอาจเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว
รู้จัก ไวรัสลิวคีเมียแมว
ไวรัสลิวคีเมียแมว (feline leukemia virus; FeLV) เป็นไวรัสที่สามารถติดได้ในสัตว์ตระกูลแมว จัดอยู่ในกลุ่ม Gammaretrovirus ซึ่งมีความสามารถในการแทรกซึมเข้าไปในระดับ DNA ของเซลล์ และรบกวนการทำงานของยีน เพิ่มโอกาสในการเป็นโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (lymphoma) มะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia) หรือมะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (fibrosarcoma) ในสัตว์ที่ติดเชื้อได้ ในแมวที่ติดเชื้อ FeLV จึงมีโอกาสการเป็นมะเร็งได้สูงกว่าในแมวที่ไม่เคยได้รับเชื้อ FeLV มาก่อน โดยพบว่า แมวที่ติดเชื้อไวรัส FeLV ในระยะลุกลาม (progressive infection) มากถึง 25% จะมีการพัฒนาของโรคไปสู่โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (lymphoma)
อีกทั้งคุณสมบัติที่แทรกซึมเข้าลึกถึงระดับ DNA นี้เอง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยทำให้ ไวรัสชนิดนี้คงทนอยู่ในร่างกายของน้องแมวได้นานตลอดชีวิต และมีโอกาสกลับมากำเริบได้เสมอหากภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งเป็นความท้าทายที่สำคัญของโรคนี้ในการรักษา เนื่องจากปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
อาการเมื่อแมวติดไวรัสลิวคีเมีย
ไวรัสชนิดนี้ไม่เพียงแต่เหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งได้เท่านั้น แต่เมื่อแมวติดเชื้อจนเข้าสู่ระยะลุกลาม ไวรัสจะเข้าไปกดภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Immunosuppression) และกดการทำงานของไขกระดูก อาการที่พบ ได้แก่ ภาวะโลหิตจาง (Anemia) น้ำหนักลด มีไข้ ซึม ท้องเสีย และต่อมน้ำเหลืองโต นอกจากนี้ การที่ภูมิคุ้มกันลดลงยังทำให้แมวเสี่ยงต่อการติดเชื้อแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งมักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แมวเสียชีวิต
แต่อย่างไรก็ดี หากน้องแมวได้รับการวินิจฉัยโรคแต่เนิ่น ๆ และอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์เพื่อควบคุมอาการไม่ให้ไปสู่ระยะลุกลาม จะสามารถช่วยให้น้องสามารถใช้ชีวิตอย่างแข็งแรงไปได้นานเช่นกัน
การติดต่อ
ไวรัส FeLV อาศัยอยู่ในสารคัดหลั่งของแมว โดยเฉพาะในน้ำลาย การติดต่อจึงเกิดขึ้นได้ง่ายผ่านพฤติกรรมทางสังคม เช่น การเลียทำความสะอาดขนให้กัน การใช้ชามอาหารและน้ำร่วมกัน หรือแม้แต่ผ่านการกัดกัน นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายทอดจากแม่แมวสู่ลูกแมวผ่านทางรกหรือน้ำนมได้อีกด้วย

การวินิจฉัย
การรู้สถานะการติดเชื้อของแมวทุกตัวในบ้านเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยสัตวแพทย์มักเริ่มต้นการวินิจฉัยด้วยการตรวจหาโปรตีนแอนติเจนของไวรัส (p27 antigen) ในเลือดด้วยชุดตรวจ (test kit) และอาจใช้การตรวจหาสารพันธุกรรมเพื่อตรวจหา Provirus ใน DNA ร่วมด้วย เพื่อระบุระยะของการติดเชื้อให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เนื่องจากผลการตรวจในระยะแรกอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ สัตวแพทย์จึงมักแนะนำให้ทำการตรวจเลือดซ้ำอีกครั้งหลังจากตรวจครั้งแรกอย่างน้อย 6 สัปดาห์ เพื่อยืนยันการติดเชื้อ
แนวทางการป้องกัน
แม้จะเป็นโรคที่อันตราย แต่ข่าวดีคือเราสามารถป้องกันได้ ปัจจุบันวัคซีนป้องกันไวรัสลิวคีเมียแมวจัดเป็นหนึ่งในวัคซีนหลัก (core vaccine) ที่มีความสำคัญ โดยแนะนำให้แมวทุกตัวที่มีความเสี่ยงควรได้รับวัคซีน โดยเริ่มฉีดเข็มแรกได้ตั้งแต่อายุ 8 สัปดาห์ และกระตุ้นเข็มที่สอง ห่างออกไป 3-4 สัปดาห์ ข้อควรระวังคือ ต้องทำการตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่าแมวไม่ได้ติดเชื้อ FeLV อยู่ก่อนแล้ว จึงจะสามารถทำวัคซีนได้ เนื่องจากวัคซีนจะไม่ช่วยป้องกันในแมวที่ติดเชื้อไปแล้ว
นอกจากการทำวัคซีนแล้ว การจัดการสิ่งแวดล้อมก็สำคัญไม่แพ้กัน การเลี้ยงแมวในระบบปิด และรักษาสุขอนามัยอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีที่ช่วยยืดอายุขัยของน้องแมว และป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไปยังแมวตัวอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทสรุป
ไวรัสลิวคีเมียแมว (FeLV) ถือเป็นภัยร้ายที่ใครหลายคนอาจมองข้าม และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การป้องกันสามารถทำได้ง่าย ๆ เริ่มต้นจากการพาน้องแมวไปตรวจเลือดคัดกรองโรค ทำวัคซีนป้องกันตามนัดหมาย และปรับแนวทางการเลี้ยงที่ช่วยลดความเสี่ยงที่น้องแมวจะได้รับเชื้อ เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยให้น้องแมวที่คุณรักปลอดภัยจากโรคร้าย และรักษาคุณภาพชีวิตของน้องแมวให้มีความสุข ปลอดโรคไปนาน ๆ

Leucofeligen®
วัคซีนรวมป้องกัน 4 โรคติดเชื้อร้ายแรงในแมว สำหรับไวรัสไข้หัด/หวัดแมว ชนิดผ่านกระบวนการทำให้อ่อนฤทธิ์ (Modified Live Vaccine) รวมกับการป้องกันโรคลิวคีเมีย (มะเร็งเม็ดเลือดขาว)ในแมวด้วยกระบวนการพันธุวิศวกรรม (Recombinant FeLV Vaccine) ที่มีความปลอดภัยสูง
Leu - Feline Leukemia Virus (FeLV): ป้องกันเชื้อมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เนื้องอก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และภาวะโลหิตจางรุนแรง (ติดผ่านการเลีย การสู้กัน หรือใช้ชามอาหารร่วมกัน)
C - Feline Calicivirus (FCV): ป้องกันเชื้อ Calicivirus สาเหตุของโรคหวัดแมว มีอาการได้แก่ ช่องปากอักเสบ ลิ้นเป็นแผล และมีน้ำมูก /น้ำตาไหล
R - Feline Viral Rhinotracheitis (FVR/FHV-1): ป้องกันเชื้อ Herpesvirus สาเหตุของโรคหลอดอักเสบ ไอ จาม ตาอักเสบ และเยื่อบุตาอักเสบรุนแรง
P - Feline Panleukopenia (FPV): ป้องกันเชื้อ Parvovirus ในแมว หรือ โรคไข้หัดแมว ซึ่งทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง อาเจียน เม็ดเลือดขาวต่ำ และมีอัตราการเสียชีวิตสูง
เอกสารอ้างอิง
European Advisory Board on Cat Diseases. GUIDELINE for Feline Leukaemia Virus Infection [Internet]. European Advisory Board on Cat Diseases (ABCD); 2025 [cited 2026 Aug 14]. Available from: abcdcatsvets.org

