GRWM ฉบับน้องแมว

Score5 (1 Votes)

มัดรวม Routine การดูแลน้องแมวให้แข็งแรงดูดีตั้งแต่หัวจรดหาง

ในยุคที่กระแส "Get Ready With Me" หรือ GRWM กำลังได้รับความนิยม ผู้คนออกมาแชร์กิจวัตรการดูแลตัวเองในแต่ละวัน และให้ความสำคัญกับการเลือกสกินแคร์หรือการดูแลสุขภาพ ชี้ให้เห็นว่าความสม่ำเสมอในการดูแลตัวเองที่ส่งผลไปถึงสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

สำหรับน้องแมวเองก็เช่นกัน การดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันสม่ำเสมอเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้องแมวมีสุขภาพที่แข็งแรง ดูดี และมีอายุที่ยืนยาวอยู่กับเราไปได้อีกนาน อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความผูกพันระหว่างเรากับน้องแมวได้อีกด้วย เวอร์แบค จึงอยากขอแนะนำ routine การดูแลน้องแมวตั้งแต่หัวจรดหางที่สัตวแพทย์แนะนำ มีอะไรบ้างที่คนรักแมวไม่ควรละเลย

ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันได้เลย!

1. การดูแลช่องปากและฟัน


FSP8673_S.(350x250).jpg

ปัญหาสุขภาพช่องปากเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในแมว โดยพบว่าน้องแมวในช่วงอายุ 2 ปี จำนวนมากถึง 70% มีสัญญาณของโรคปริทันต์ (Periodontitis) หากไม่มีการดูแลช่องปากที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ น้องแมวอาจจะเกิดการสะสมของคราบพลัคและหินปูน ซึ่งเป็นแหล่งรวมของแบคทีเรีย อันนำไปสู่โรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ ที่สร้างความเจ็บปวดจนทำให้แมวไม่กินอาหาร และป่วยตามมาได้

การสร้าง routine การแปรงฟันให้แมวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เนื่องจากการดูแลช่องปากที่บ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นคำแนะนำโดยสมาคมสัตวแพทย์สัตว์เลี้ยงโลก (WSAVA) ที่กำหนดเป็นมาตรฐานที่แนะนำให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยเราควรแปรงฟันให้น้องแมวทุกวัน และควรใช้แปรงและยาสีฟันสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ หรืออาจใช้วิธีทางเลือก เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ผสมน้ำดื่มเพื่อดูแลสุขภาพช่องปาก ที่มีสารประกอบที่ช่วยลดกลิ่นปาก และการสะสมของคราบพลัคได้ แต่อาจไม่เทียบเท่ากับการแปรงฟัน นอกจากนี้ควรพาน้องแมวไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลสัตว์เป็นประจำ ปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้สัตวแพทย์ตรวจช่องปาก และพิจารณาขูดหินปูนเมื่อมีการสะสม

2. การดูแลผิวหนังและเส้นขน


2024-11-21_DSC00118_(350x250).jpg

การดูแลผิวหนังและเส้นขนไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามของน้องแมว แต่เป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงสภาวะสุขภาพของน้องแมวได้ โดยเราสังเกตได้จากน้องแมวที่มีสุขภาพแข็งแรง มักมีผิวหนังที่ชุ่มชื่น ไม่อักเสบ และมีขนที่เงางาม ไม่หลุดร่วงง่าย ในทางกลับกัน หากน้องแมวมีสะเก็ดที่ผิวหนัง ผิวมัน ผิวหนังอักเสบ ขนหยาบ หรือขนร่วง ก็เป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าน้องแมวกำลังมีปัญหาสุขภาพ

วิธีง่าย ๆ ในการดูแลสุขภาพผิวหนังของแมวที่ไม่ต้องทำทุกวัน แต่ดูแลได้ต่อเนื่อง คือการได้รับโภชนาการที่สมดุล มีการป้องกันปรสิตภายนอกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ หมัด ซึ่งเป็นปรสิตที่พบได้บ่อยในแมว รวมถึงการเลือกใช้แชมพูและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ จะมีส่วนช่วยรักษาเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ได้ ที่สำคัญห้ามใช้แชมพูคนในการอาบน้ำแมวเนื่องด้วยความแตกต่างของโครงสร้างบนผิว และค่า pH บนผิวหนัง  นอกจากนี้ยังสามารถดูแลผิวได้ด้วยการเสริมกรดไขมันจำเป็นกลุ่ม omega-3 และ omega-6 ผ่านทางการกิน เนื่องจากเป็นสารอาหารที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้เอง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้ผิวหนังของน้องแมวแข็งแรงได้อย่างยั่งยืน

3. การดูแลช่องหู


FSP8616-(350x250).jpg

เราควรหมั่นตรวจเช็กช่องหูของน้องแมวอยู่เสมอ เพราะในบางครั้งอาจพบการสะสมของขี้หู และขี้หูมักเป็นแหล่งอาศัยของไรในหูและทำให้นอกเหนือจากความสกปรกต่อช่องหูแล้ว ยังมีโอกาสให้เกิดปัญหาหูอักเสบ และส่งผลต่อสุขภาพของช่องหูในระยะยาวอีกด้วย นอกจากนี้ยังอาจพบการติดเชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ ที่ก็สามารถนำไปสู่การอักเสบของช่องหูได้ ซึ่งหากเกิดปัญหาการอักเสบของช่องหูแล้ว ควรพาน้องแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย และรักษา

ดังนั้น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในช่องหูข้างต้น เราสามารถทำความสะอาดช่องหูได้ด้วยตัวเองที่บ้านได้

สำหรับการทำความสะอาดทั่วไป ควรใช้น้ำยาล้างหูสำหรับสัตว์เลี้ยงเท่านั้น ซึ่งน้ำยาล้างหูที่ดีนั้นต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 

  • pH เป็นกลาง มีความอ่อนโยนต่อผนังช่องหู 

  • มีฤทธิ์ละลายขี้หู ทำความสะอาดคราบมันในช่องหูได้อย่างหมดจด

  • สามารถระเหยแห้งได้เอง ไม่ทำให้ช่องหูเกิดความอับชื้น 

วิธีการทำความสะอาดช่องหูทำได้โดยบีบน้ำยาลงในช่องหูให้เต็ม นวดเบา ๆ ที่บริเวณฐานใบหูประมาณ 20-30 วินาที เพื่อให้ก้อนขี้หูที่แข็งตัวละลายไปกับน้ำยาล้างหู จากนั้นปล่อยให้แมวสะบัดหัวเอง แล้วใช้สำลีเช็ดคราบสกปรกที่หลุดออกมาบริเวณใบหูส่วนนอก ที่สำคัญคือ ไม่ควรใช้ก้านสำลีปั่นเข้าไปในรูหูเด็ดขาด เพราะจะเป็นการดันสิ่งสกปรกให้ลึกเข้าไปยิ่งขึ้นและอาจทำให้แก้วหูทะลุได้

การทำ GRWM หรือ routine การดูแลสุขภาพให้น้องแมวในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลช่องปาก ผิวหนัง เส้นขน หรือช่องหู อาจดูเหมือนเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ต้องอาศัยวินัยและความอดทนสูงในช่วงเริ่มต้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมานั้นคุ้มค่า เพราะการป้องกันและสังเกตความผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรง ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาในอนาคต และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยลดความเจ็บปวดที่น้องแมวไม่สามารถบอกเราได้ ทั้งหมดก็เพื่อให้พวกเค้ามีสุขภาพโดยรวมที่แข็งแรงและอายุยืนยาวอยู่เป็นเพื่อนที่แสนดีของคุณไปอีกนานๆ

out-focus-photography-telephone-cat (350x250).jpg

เอกสารอ้างอิง 

  1. Royal Veterinary College. Cat Dental Issues and Services [Internet]. London: RVC; [cited 2026 May 20]. Available from: https://www.rvc.ac.uk/small-animal-vet/general-practice/practice-services/routine-pet-healthcare/pet-dentistry/cat

  2. Bellows J. Practical Dental Care Tips for Dogs and Cats [Internet]. Veterinary Partner - VIN; 2024 [cited 2026 May 20]. Available from: https://veterinarypartner.vin.com/default.aspx?pid=19239&id=11934338

  3. PetMD. 6 Easy Ways to Improve Your Cat’s Skin [Internet]. PetMD; 2017 [cited 2026 May 20]. Available from: https://www.petmd.com/cat/slideshows/6-easy-ways-improve-your-cats-skin

  4. Virbac Australia. How to clean cats' ears [Internet]. Virbac; [cited 2026 May 20]. Available from: https://au.virbac.com/health-care/cat-ears/how-to-clean-cats-ears

ให้คะแนนสำหรับเนื้อหานี้: 5 4 3 2 1

เลือกผลิตภัณฑ์

Allerderm® Foam Cleanser

อ่านเพิ่มเติม

Allerderm® Shampoo Sensitive Skin

อ่านเพิ่มเติม

C.E.T.® Enzymatic Toothpaste

อ่านเพิ่มเติม